ละครเวที กับลิขสิทธิ์นิยาย

 

ทิ้งท้ายเอาไว้ในบทความตอนที่แล้วว่าการที่ผู้จัดละครเวทีนำเอาเนื้อหาของนิยายมาดัดแปลงจนไม่เหลือเค้าโครงเดิมนั้นหรือบางทีอาจจะเขียนบทขึ้นมาใหม่ไม่ให้เหมือนกับนิยายเลยนั้นนอกจากเรื่องของข้อจำกัดในเรื่องของเวลา นักแสดงและสถานที่แล้วนั้นมันยังมีสิ่งที่แอบแฝงมากกว่านั้นนั่นก็คือเรื่องของลิขสิทธิ์นั่นเองครับ

แน่นอนครับว่าการนำเอานิยายมาดัดแปลงไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ละคร หรือแม้แต่ละครเวทีผู้ที่นำเอาไปใช้ย่อมต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ด้วยกันแทบทั้งสิ้นแต่เนื่องจากว่าละครเวทีส่วนใหญ่นั้นหากไม่ใช่การเล่นเพื่อการกุศลก็มักจะมีการเล่นเพื่อหาเงินไปทำอะไรสักอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมหรือสาธารณกุศลอีกทั้งละครเวทีเหล่านี้ก็เป็นการเล่นในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ไม่เกิน 1-2 เดือน ดังนั้นการซื้อลิขสิทธิ์มาด้วยเงินเป็นจำนวนหลักล้านจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนครับดังนั้นผู้จัดละครเวทีจึงต้องพยายามเลี่ยงการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยการปรับเปลี่ยนหรือเขียนบทละครเวทีขึ้นมาใหม่เพื่อไม่ให้ไปซ้ำกับนิยายของเดิมเพราะหากเจอเจ้าของลิขสิทธิ์ที่เขี้ยวแล้วล่ะก็อาจจะโดนฟ้องร้องก็เป็นได้

นอกจากการเปลี่ยนเนื้อหาแล้วละครเวทีบางเรื่องยังมีการเปลี่ยนชื่อเรื่องแต่ก็ยังคงให้มีจุดขายในนิยายเรื่องนั้นอยู่ยกตัวอย่างเช่นนิยายเรื่องบ้านทรายทองที่โด่งดัง เมื่อมีการนำทำเป็นละครเวทีแล้วก็มีการเขียนบทให้แหวกแนวไปจากนิยายต้นฉบับโดยอาจจะมีการหยิบยกเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งซึ่งมีเพียงแค่ 2-3 บรรทัดจากนั้นนำมาขยายความต่อด้วยจินตนาการเพื่อไม่ให้ซ้ำกับนิยายแถมยังเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นอลหม่านหลังบ้านทรายทองครับ

Comments are closed.