Category: นิยายชื่อดัง

ไม่สิ้นไร้ไฟสวาท

 

 

 

สวัสดีครับทุกท่านจบกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับกับละครที่นำมาสร้างโดยอิงพื้นฐานนิยายอย่างเรื่องไม่สิ้นไร้ไฟสวาทไม่ทราบว่าเป็นอย่างไรกันบ้างครับ คอนิยายที่เคยอ่านนิยายเรื่องนี้มาแสดงความคิดเห็นกันหน่อยว่าเหมือนหรือแตกต่างไปจากต้นฉบับนิยายเดิม

ตามความคิดของผมในฐานะที่เคยอ่านนิยายเรื่องนี้เมื่อครั้งแรกที่มีการตีพิมพ์และเคยดูละครเรื่องนี้มาทั้งสองเวอร์ชั่นต้องบอกว่าทั้งนิยายและในละครนั้นไม่เหมือนกันเลยแม้แต่ครั้งเดียวเลยครับบทของตัวละครทั้งปฐวีและชิดชบาก็มีการเปลี่ยนแปลงไปเสียจนแทบจะจำไม่ค่อยได้แต่โดยรวมแล้วก็ยังคง theme หลักของนิยายเอาไว้คือพระเอกแย่งชิงบ้านจากนางเอกมาและท้าพนันกันจนกระทั่งเกิดความรักกันในที่สุด

แต่อย่างไรก็ตามผมเองก็ต้องยอมรับนะครับว่าไม่สิ้นไร้ไฟสวาทเวอร์ชั่นนี้มีความน่าดูกว่าเวอร์ชั่นก่อนมากพอสมควรเลยทีเดียวซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าด้วยเนื้อหาของบทประพันธ์ที่มีความดัดแปลงให้สอดคล้องกับสภาพสังคมในยุคปัจจุบันนั่นเองครับแต่ถาจะให้เทียบกับต้นฉบับที่เป็นนิยายแล้วล่ะก็ผมเองก็ยังยืนยันว่าเวอร์ชั่นนิยายนั้นเด็ดที่สุดและได้อารมณ์มากที่สุดครับ

ดังนั้นหากใครที่อยากจะรู้ว่าจริงหรือไม่ก็ลองหาหนังสือนิยายไม่สิ้นไร้ไฟสวาทมาอ่านก่อนจากนั้นตจึงค่อยมาดูละครย้อนหลังที่เขาออกอากาศทาง Youtube ซึ่งรับรองได้เลยครับว่าร้อยทั้งร้อยมีความคิดเห็นเช่นเดียวกับผมอย่างแน่นอนซึ่งของแบบนี้ต้องพิสูจน์ด้วยตัวเองเท่านั้นครับจึงจะรู้

 

ละครเวที กับลิขสิทธิ์นิยาย

 

ทิ้งท้ายเอาไว้ในบทความตอนที่แล้วว่าการที่ผู้จัดละครเวทีนำเอาเนื้อหาของนิยายมาดัดแปลงจนไม่เหลือเค้าโครงเดิมนั้นหรือบางทีอาจจะเขียนบทขึ้นมาใหม่ไม่ให้เหมือนกับนิยายเลยนั้นนอกจากเรื่องของข้อจำกัดในเรื่องของเวลา นักแสดงและสถานที่แล้วนั้นมันยังมีสิ่งที่แอบแฝงมากกว่านั้นนั่นก็คือเรื่องของลิขสิทธิ์นั่นเองครับ

แน่นอนครับว่าการนำเอานิยายมาดัดแปลงไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ละคร หรือแม้แต่ละครเวทีผู้ที่นำเอาไปใช้ย่อมต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ด้วยกันแทบทั้งสิ้นแต่เนื่องจากว่าละครเวทีส่วนใหญ่นั้นหากไม่ใช่การเล่นเพื่อการกุศลก็มักจะมีการเล่นเพื่อหาเงินไปทำอะไรสักอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมหรือสาธารณกุศลอีกทั้งละครเวทีเหล่านี้ก็เป็นการเล่นในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ไม่เกิน 1-2 เดือน ดังนั้นการซื้อลิขสิทธิ์มาด้วยเงินเป็นจำนวนหลักล้านจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนครับดังนั้นผู้จัดละครเวทีจึงต้องพยายามเลี่ยงการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยการปรับเปลี่ยนหรือเขียนบทละครเวทีขึ้นมาใหม่เพื่อไม่ให้ไปซ้ำกับนิยายของเดิมเพราะหากเจอเจ้าของลิขสิทธิ์ที่เขี้ยวแล้วล่ะก็อาจจะโดนฟ้องร้องก็เป็นได้

นอกจากการเปลี่ยนเนื้อหาแล้วละครเวทีบางเรื่องยังมีการเปลี่ยนชื่อเรื่องแต่ก็ยังคงให้มีจุดขายในนิยายเรื่องนั้นอยู่ยกตัวอย่างเช่นนิยายเรื่องบ้านทรายทองที่โด่งดัง เมื่อมีการนำทำเป็นละครเวทีแล้วก็มีการเขียนบทให้แหวกแนวไปจากนิยายต้นฉบับโดยอาจจะมีการหยิบยกเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งซึ่งมีเพียงแค่ 2-3 บรรทัดจากนั้นนำมาขยายความต่อด้วยจินตนาการเพื่อไม่ให้ซ้ำกับนิยายแถมยังเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นอลหม่านหลังบ้านทรายทองครับ